โซจู เกาหลี มีความเป็นมาอย่างไร แนะนำแบรนด์และรสยอดนิยมพร้อมสูตรผสมโซจู

โซจู เกาหลี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีใส มีกลิ่นและรสชาติเหมือนวอดก้า สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเกาหลี ถือเป็นเครื่องดื่มฮอตฮิต ทั้งของคนเกาหลีและของคนทั่วโลก ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมเกาหลีและอาหารเกาหลี เพราะเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ง่าย และเข้ากับอาหารเกาหลีได้แทบทุกเมนู เช่น ต็อกบกกี ปลาดิบ ซุนแด ไส้ย่าง และหมูย่าง

โดยนอกจากจะดื่มเพียวๆ หรือดื่มคู่กับอาหารต่างๆ แล้ว ยังสามารถผสมโซจูเป็นสูตรต่างๆ ได้หลายรสชาติอีกด้วย ทั้งนี้ โซจู 1 ขวด มีปริมาณแอลกฮฮอล์อยู่ที่ 20 – 34% และมีปริมาณแคลลอรี่ 250 – 280 กิโลแคลอรี่ ส่วนโซจูกระป๋องที่เป็นรสผลไม้ต่างๆ มีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 14 – 16%

โซจู เกาหลี มีประวัติความเป็นมาอย่างไร

โซจูในช่วงก่อนสงครามเกาหลี ทำมาจาก ‘ข้าว’ แต่เพราะภาวะสงคราม ทำให้ข้าวเริ่มหายากขึ้น จึงเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นมันหวาน มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรือข้าวบาร์เลย์แทน

ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 13 หรือยุคโครยอ โซจูกลายเป็นเครื่องดื่มที่มีไว้สำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น เพราะมีราคาที่แพง และมีกระบวนการผลิตที่ยุ่งยาก

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1919 ได้มีการตั้งโรงงานผลิตโซจูขึ้นเป็นครั้งแรก ที่เมืองพยองยาง ทำให้โซจูมีราคาถูกลง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่โซจูกลายเป็นเครื่องดื่มของคนชนชั้นอื่นๆ ด้วย อีกทั้งยังทำให้โซจูกลายเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้

วิธีการทำโซจู

นำข้าว, ข้าวโพด, มันสำปะหลัง หรือมันหวาน ไปต้มหรือนึ่งให้สุก แล้วหมักกับ ‘หัวเชื้อนูรุก’ เพื่อให้เปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ จากนั้นก็นำมากลั่นให้ออกมาเป็นสีใสหรือไม่มีสี

‘หัวเชื้อนูรุก’ เป็นจุลินทรียที่สำคัญในการหมักโซจู โดยนูรุกทำมาจากข้าวสาลีที่บดและอัดในพิมพ์ แล้วถูกทิ้งไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน 1 สัปดาห์ เพื่อให้เชื้อราและยีสต์ได้ทำการเจริญเติบโต

ซึ่งนูรุกจะเป็นก้อนแห้งและแข็ง หากมองด้านนอกจะไม่เห็นเชื้อรา แต่ภายในจะเป็นเส้นใยสีเหลือง ซึ่งการมีเส้นใยภายในนั้น หมายความว่านูรุกก้อนนั้น สามารถนำไปใช้ได้แล้วนั่นเอง

การดื่มโซจูของคนเกาหลี

สมัยก่อนนั้น คนเกาหลีมักดื่มโซจูทั้งแบบแช่เย็นหรือแบบไม่แช่เย็น ไปพร้อมๆ กับการกินมื้ออาหาร แต่ปัจจุบัน รูปแบบการดื่มโซจูนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้หลากหลายมากขึ้น เช่น ดื่มโซจูแบบผสมเบียร์ หรือเรียกว่า ‘โซแมก’ ซึ่งมาจากคำว่า ‘โซจู’ กับ ‘แมกจู’ ที่แปลว่าเบียร์ หรือดื่มโซจูแบบผสมเป็นค็อกเทล เช่น โซจูผสมยาคูลท์, โซจูผสมโซดา, โซจูผสมสไปร์ท และโซจูผสมมะนาว เป็นต้น

อาหารที่คนเกาหลี มักกินคู่กับโซจู ได้แก่

  • หมูย่าง
  • โอเด้ง
  • ต๊อกบกกี
  • ปลาดิบ
  • กิมจิ
  • เต้าหู้กิมจิ
  • มาม่า
  • ซุนแด หรือไส้กรอกเลือด
  • โบซัม หรือหมูสามชั่นนึ่ง
  • จกบัล หรือขาหมูตุ๋น
  • คัมจาทัง หรือแกงเผ็ดใส่มันฝรั่ง
  • แมอุนทัง หรือแกงเผ็ดใส่ปลาทะเล

‘สูตรผสมโซจู’ สำหรับคนที่ไม่อยากดื่มโซจูแบบเพียวๆ

  • โซจูผสมกับ ‘เบียร์’ หรือที่คนเกาหลีเรียกกันว่า ‘โซแม็ก’ ทำได้โดยการเทโซจู 1 แก้ว ตามด้วยเบียร์ครึ่งแก้ว แล้วใช้ช้อนหรือตะเกียบกระเทาะ 1 ที เพื่อให้เกิดฟอง จะออกมาเป็นโซจูบอมบ์ที่มีรสหวานละมุน
  • โซจูผสมกับ ‘โค้ก’ หรือ ‘สไปรท์’ ทำได้โดยใช้โซจูรสออริจินัล 1 แก้ว ผสมกับโค้กหรือสไปร์ทครึ่งแก้ว แล้วใส่น้ำแข็ง

แบรนด์โซจู เกาหลี ยอดนิยม

1. แบรนด์ Jinro

รสองุ่นเขียว – เป็นโซจูที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง เพราะมีรสหวาน และมีกลิ่นหอมขององุ่น ดื่มแล้วนุ่มๆ ละมุนลิ้น

รสเมโลน่าเมล่อน – คือการนำไอศกรีมรสเมล่อน รสยอดฮิตของเกาหลี มาผสมกับโซจู จนมีรสชาติหอมหวานเมล่อน ทำให้ดื่มได้ง่ายขึ้น

รสเกรปฟรุต – มีรสขมๆ ฝาดๆ และหวานนิดๆ ที่ปลายลิ้น เหมาะกับคนที่อยากดื่มโซจู แบบกลิ่นผลไม้ แต่ไม่ชอบรสหวาน

รสบ๊วย – มีกลิ่นบ๊วยที่หอมสดชื่น และรสหวานๆ เปรี้ยวๆ เล็กน้อย

2. แบรนด์ Chum Churum

รสยาคูลท์ หรือรสโยเกิร์ต – มีรสเปรี้ยวหวานเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมเหมือนยาคูลท์

รสพีช – มีรสหวานหอมของลูกพีช เหมือนดื่มโซจูที่แช่ลูกพีชสดๆ

3. แบรนด์ Good Day

รสแตงโม – เป็นโซจูที่ได้ไอเดียจากความชอบของคนเกาหลี ซึ่งมักนำโซจูมาผสมกับแตงโมปั่น ถือเป็นเครื่องดื่มสุดฮิตในช่วงหน้าร้อน

รสมิ้นท์ช็อกโก – มีความหวานของช็อกโกแลต กับความสดชื่นของมิ้นท์ และมีปริมาณแอลกอฮอล์แค่ 12.5%

4. แบรนด์ The Nanda

รสลิ้นจี่ – มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ผสมกับกลิ่นหอมของลิ้นจี่

5. แบรนด์ Charm

รสออริจินัล – เป็นรสชาติที่คนเกาหลีนิยมดื่ม เหมาะกับคนที่ไม่ชอบโซจูรสหวาน