สองเกาหลี เหนือ-ใต้ เปิดสายด่วนระหว่างกันอีกครั้ง หลังเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายยุติไป

สองเกาหลี ทั้งเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ กลับมาเปิดสายด่วน ระหว่าง 2 ประเทศอีกครั้ง หลังจากเกาหลีเหนือ เป็นฝ่ายยุติการติดต่อไปก่อน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านการซ้อมรบร่วมประจำปี ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ

โดยก่อนหน้านี้ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นฝ่ายออกมาเปิดเผยว่า มีความเต็มใจ ที่จะรื้อฟื้นช่องทางการสื่อสาร กับฝั่งประเทศเกาหลีใต้ เพื่อความปรองดอง ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดี ของการฟื้นสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ

สองเกาหลี เหนือ-ใต้ เปิดสายด่วนระหว่างกันอีกครั้ง

สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA ซึ่งเป็นสำนักข่าว ของฝ่ายทางการ ประเทศเกาหลีเหนือ รายงานว่า ในวันที่ 4 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. ตามเวลาเกาหลีเหนือ (ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) ได้มีการเชื่อมต่อ สายด่วนโทรศัพท์ ระหว่าง 2 ประเทศ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ กันอีกครั้ง

พร้อมกันนี้ ทาง KCNA ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ แก้ไขความสัมพันธ์ข้ามพรมแดน ระหว่าง 2 เกาหลีให้ลุล่วง ตามที่นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ออกมากล่าวสุนทรพจน์ ต่อที่ประชุมสภาประชาชนสูงสุด ซึ่งเป็นองค์กรนิติบัญญัติ ที่สูงที่สุดของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ว่าตัดสินใจเปิดสายด่วนอีกครั้ง เพื่อให้ประชาชนสมหวัง เรื่องการคลายความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด และเพื่อสร้างสันติภาพ ระหว่างพรมแดนเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ให้ยั่งยืน

นอกจากนี้ นายคิม จอง อึน ยังกล่าวต่อที่ประชุม สภาประชาชนสูงสุด ว่าเกาหลีใต้ประสาทหลอน และอยู่ในภาวะย้ำคิดย้ำทำตลอดเวลา ว่าจะตกเป็นเป้าหมาย การคุกคามทางทหาร จากรัฐบาลเกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีเหนือไม่ได้ตั้งใจ และไม่มีเหตุผลใด ที่จะยั่วยุเกาหลีใต้ รวมทั้งไม่มีความคิด ที่จะทำอันตรายเกาหลีใต้ด้วย พร้อมเตือนรัฐบาลเกาหลีใต้ว่า สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี กำลังอยู่บนทาง 2 แพร่ง ‘ระหว่าง การประนีประนอมอย่างยั่งยืน’ กับ ‘วงจรอุบาทว์ของการเผชิญหน้า’ และยังกล่าวอีกว่า เกาหลีใต้เป็นฝ่ายทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ เพราะมีการพัฒนาขีปนาวุธขึ้นมา และก็ยังคงซ้อมรบกับสหรัฐฯ อยู่

ทั้งนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ยังได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าว ต่อรัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมกล่าวโจมตีว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดำเนินนโยบาย ที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ แต่กลับเสนอให้มีการเจรจาระหว่างกัน การกระทำแบบนี้ เป็นการใช้กลลวง เพื่อหลอกประชาคมโลก และปิดบังการกระทำ อันไม่เป็นมิตรต่อเกาหลีเหนือ

มุมมองของนักวิเคราะห์ ต่อท่าทีของรัฐบาลเกาหลีเหนือ

นักวิเคราะห์มองว่า ท่าทีแบบนี้ของเกาหลีเหนือ เป็นเพียงความพยายาม ที่จะได้รับการยอมรับ จากประชาคมระหว่างประเทศ ในฐานะประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และพยายามที่จะทำให้เกิดความแตกแยก ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ

เพราะเกาหลีเหนือเพิ่งอ้างว่า ประสบความสำเร็จ ในการทดลองขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกล ‘ฮวาซอง-8’ ที่สามารถเคลื่อนที่แบบนำวิถี ของหัวรบร่อนไฮเปอร์โซนิก ซึ่งมีความเร็วเหนือเสียง ที่จังหวัดจากัง ทางตอนเหนือ ของประเทศเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา

โดยการทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก ของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจาก 2 เกาหลี ต่างทำการทดสอบขีปนาวุธของประเทศตัวเอง เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา โดยขีปนาวุธของเกาหลีใต้ เป็นแบบยิงจากเรือดำน้ำ ส่วนขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ เป็นแบบยิงจากขบวนรถไฟ

คำแถลงจากเกาหลีใต้

ด้านกองทัพเกาหลีใต้ ออกมายืนยันว่า การสื่อสารวันละ 2 ครั้ง ระหว่าง 2 เกาหลีเหนือ-ใต้ ได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ผ่านสายด่วนกองทัพ และช่องทางอื่นๆ ที่ดำเนินการโดย ‘กระทรวงรวมชาติ’ ของประเทศเกาหลีใต้ ยกเว้นช่องทางของกองทัพเรือ ที่เปิดบนเครือข่ายสากล สำหรับการเดินเรือพาณิชย์

ทั้งนี้ นายมุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มีความปรารถนา สร้างผลงานทางการทูต ระหว่างเกาหลีเหนือ-ใต้ให้สำเร็จ ก่อนจะครบวาระ การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ในปี 2565

เกร็ดควรรู้: ‘ประเทศเกาหลีเหนือ’ กับ ‘ประเทศเกาหลีใต้’ ยังคงอยู่ในภาวะสงครามระหว่างกัน เพราะไม่มีการทำข้อตกลงสันติภาพ หลังจากสิ้นสุดสงครามเกาหลี เมื่อปี 2496 โดยในปี 2563 รัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้ทำการระเบิดสำนักงานร่วม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนของ 2 เกาหลีทิ้ง เพราะการเจรจาที่ล้มเหลว