รามยอน เมนูฮิตของชาวเกาหลี กับประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน

รามยอน หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นเมนูสุดฮิตของชาวเกาหลี ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย ทำกินเองก็ง่าย ราคาไม่แพง และเหมาะกับการกินในช่วงเวลาที่เร่งด่วน

คนไทยหลายๆ คน ได้รู้จักเมนูรามยอน จากการดูซีรีส์ ดูรายการวาไรตี้ หรือเป็นแฟนคลับไอดอลและศิลปิน ของประเทศเกาหลีใต้ เพราะมักมีการกินรามยอน ให้ได้เห็นกันอยู่เสมอๆ ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่ Soft Power ทำให้รามยอนจากเกาหลีใต้ กลายเป็นเมนูที่รู้จัก และเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก

รามยอน มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?

เมนูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือที่เรียกกันว่ารามยอนนั้น ถือกำเนิดขึ้นมาในปี ค.ศ. 1963 หลังจากการสิ้นสุดของสงครามเกาหลี ซึ่งประเทศเกาหลีใต้นั้น ยังไม่ฟื้นตัวจากสงคราม และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจน ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร

บริษัท Samyang ได้เริ่มต้นในการผลิตรามยอนจำหน่าย เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มีน้ำซุปสีแดง และรสจัด ต่อมาบริษัท Nongshim ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นตามมา และเปิดตัวแบรนด์รามยอนเช่นกัน เมื่อมีการแข่งขันทางการตลาดเกิดขึ้น ก็ได้มีการพัฒนารสชาติของรามยอน ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้รามยอนนั้น กลายเป็นเมนูคู่ครัว ของชาวเกาหลีใต้ ไม่ต่างจากกิมจิเลยทีเดียว

ปัจจุบันนี้ รามยอนมีรสชาติที่หลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกกินได้ ตามความชอบของแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น รสกิมจิ รสชีส รสสไปซี่ รสไก่เผ็ด รสต๊อกบกกี รสเนื้อวัว แถมยังสามารถเลือกได้ด้วย ว่าจะกินรามยอนแบบแห้ง หรือแบบน้ำ

ส่วนยี่ห้อรามยอนเกาหลี ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งในประเทศเกาหลีเอง และในทั่วโลก ได้แก่ NongShim, Samyang, Ottogi และ Paldo

เพราะว่าเมนูรามยอนนั้น สามารถกินได้ง่าย ชาวเกาหลีจึงนิยมกิน ทั้งแบบกินเปล่าๆ กินแบบใส่ไข่ และใส่เนื้อสัตว์ที่ชอบ กินคู่กับกิมจิ หรือกินคู่กับคิมบับ (ข้าวปั้นห่อสาหร่าย) หรือหากกินไม่อิ่ม ก็ยังใส่ข้าวสวย ลงไปกินกับน้ำซุปที่เหลือด้วย

รามยอนกลายเป็นเมนูอาหาร ที่ทรงอิทธิพลไปทั่วโลก จนทำให้คำว่า ‘ไปกินรามยอน’ กลายเป็นคำศัพท์ใหม่ ที่แฝงความหมายชวนสยิว เพราะมันมีความนัยว่า ชวนไปมีเพศสัมพันธ์กันนั่นเอง โดยประโยคยอดฮิต ‘ไปกินรามยอนกันไหม’ ถือกำเนิดขึ้นมาจากซีรีส์เกาหลี จนถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในบริบทเป็นความนัย และกลายเป็นมุกตลกด้วย